นู๋ออ_อรวรรณ 的个人资料♥.•:*´¨`*:•. J[a]Oh .•:*...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2007/8/27

คิดถึง...เพื่อนที่สุดเรย

 
 
สวัสดีนะ...ทุกๆคน  หลังจากที่ไม่ได้อัพสเปซมานาน 
วันนี้  หลังจากที่ซักผ้าเสร็จแล้ว  ก้อเรยมานั่งอัพ  ค่าเวลา
เพื่อรองานเลี้ยงหอ...ตอนเย็น
อิอิ  อาหารการกินมากมาย + ฟรี  อีกตะหากอ่า
ช่วงนี้...ความรัก  ไม่แฮปปี้เลยอ่า  เหงา  เศร้า
คนที่เราแอบชอบมานานมากๆๆๆๆ...
ดันมีแฟนไปแล้วอ่า...(อันนี้เพื่อนบอกมา)
คนที่เค้ารักเรา...เราดันไม่รัก
คนที่เค้าไม่รักเรา...เราดันรัก  รัก  รักมากขึ้น
เพราะอะไร?
เราบาปป่าวเนี่ย...เหอะๆๆ
สวรรคกลั่นแกล้งตลอดเลย
ช่างๆ...ถึงครายม่ายรักเรา  แต่ก็ยัง มีพ่อ  แม่  พี่  น้อง  เพื่อน  และอีกหลายๆคนที่เห็นค่าของเรา
ว่าไปโน้น...แย้ว  กลับมาๆ
 
 
 
 
 
อืม...เรื่องราวที่จะเขียนต่อไป  เอามาจากเมลล์ที่เพื่อนรักของเราส่งมาให้
นั่นก้อคือ...เจ๊หลุยส์  เพื่อนสาวผู้หุ่นดี (ล้อเร่น) สวย  และน่ารัก  มากๆๆๆ  แห่ง ม.บูรพา
อ่านแล้ว  โคตรคิดถึงเพื่อนเรยอ่า...
คิดถึง "ศกว." อันเป็นที่รัก
คิดถึง "ห้องนาฏศิลป์" ห้องแห่งความผูกพัน  ทั้งสุข  เศร้า  ปะปนกันไป
คิดถึง "306" เพื่อนวัยมอต้น  ที่เร่น  ไปเที่ยว  กินข้าว  ดูหนัง  และทะเลาะกัน
คิดถึง "605" เพื่อนวัยมอปลาย  ที่ร่วมกิจกรรมทุกๆอย่าง  ฝ่าฟันทุกอุปสรรคมาด้วยกัน
คิดถึง...ทุกๆ  ความรู้สึก  ความรัก  เหตุการณ์  ที่วันนี้  เป็นเพียง
"ความทรงจำที่งดงาม"
 
 

ความแตกต่างระหว่างมัธยมกับมหาวิทยาลัย

เมื่อเราอยู่มหาลัยเราจะคิดแบบนี้มั้ย ?

เรา...ได้อะไรหลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ
แม้...มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใด

ก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถวกันเป็นห้อง

เรา...รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน
แม้...เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหน

ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่งอาจารย์

เรา... นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร
แม้...โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน

ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

  เรา...เดินไปเรียนด้วยกัน
แม้...ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหน

ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะนั่งเรียนอยู่ทุกคน

เรา...พูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน
แม้...ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหน

ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆทุกคนจะได้ยิน

เรา...กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก
แม้...บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน

ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน

เรา...นัดไปเที่ยวกันในวันหยุด แม้...ใกล้ๆ
มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน

ถึงแม้กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10ล้านพิกเซล

ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน


605 _ เพื่อนกันตลอดไป (อำไพ  นุ๊ย  เราเอง  หลี)

งานปีใหม่ห้องนาฏศิลป์

ณ  สถานีรถไฟศรีสะเกษ...

คนเสื้อกล้ามสีดำที่ยืนยู๋...เจ๊หลุยส์ที่ส่งเมลล์มาน่ะแหละ

2007/6/28

"ถ้อยคำสั้นๆ"

ทุกครั้งที่สายลมพัดไหว
หัวใจก็ล่องลอยไปกับความรู้สึกลึกล้ำ

เช้าที่แดดส่องสว่าง ยามบ่ายที่สายฝนพร่างพร่ำ
หรือแม้แต่ในคืนค่ำที่ดอกหญ้าเริงระบำใต้แสงดาว

มีเพียงความรู้สึกเดียวที่ชัดเจน…
อย่างที่ฉันเป็น…
ที่เธอรับรู้ ได้เห็น โดยไม่ต้องบอกกล่าว
แต่ละวันผ่านไป มีเธอเสมอในทุกเรื่องราว
สุข ทุกข์ ร้อน หนาว ฉันรู้ว่ายังมีเราอยู่ใกล้ๆกัน

ทุกครั้งที่สายลมพัดไหว
หัวใจก็ล่องลอยไปกับความรู้สึกเหล่านั้น
ซึ่งอาจไม่ยิ่งใหญ่ แต่มีค่าต่อหัวใจ ต่อความผูกพัน
และแทนด้วยถ้อยคำสั้นๆ
นั่น…คือ…รักเธอ

2007/6/16

เกิดอะรัย?...กับเรา

 
ไม่ได้เข้ามาอัพสเปซนานมากๆ...วันนี้เลยเข้ามาสักหน่อย  ตอนนี้สุขภาพแย่มากๆเลย
เดี๋ยวดี  เดี๋ยวหาย  และที่สำคัญน่ะ  แขนข้างซ๊าย...ใช้การม่ายได้ด้วย
หมอบอกว่า...ระบบปลายประสาทเสีย...ต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย
ก่อนเกิดอากานน่ะ  วันจันทร์ที่ 4 อยู่ดีๆกลับเข้าหอ  ก้อป่วยหนัก...
ตอนเช้าวันอังคาร  ก้อหายดีไปเรียนได้  ...  พอบ่ายๆนะดิ  เริ่มปวดแขนทีละนิดๆ
จนปวดหนักมากกก...  ทนไม่ไหว  ประมาณสองทุ่ม  ให้คุนลุงกะคุนป้า
มารับที่หอ  ไปหาหมอ...  หมอฉีดยาแก้ปวดให้  เราก้อเหนื่อยมากและเจ็บ
หลับไปเรยเมื่อถึงบ้านคุนป้า
 
 
เช้าวันรุ่งขึ้น...ความผิดปกติก้อเกิดขึ้น  เมื่อแขนซ้ายทั้งแขนชา  ไร้ความรู้สึก
ม่ายมีแรง  ทามอะไรม่ายได้เรย...
แต่...สิ่งแรกที่เราลองทำ  คือ  "จีบมือ"  กะ  "ตั้งวง"
รู้ไหมว่า...มันทำไมได้  น้ำตาก้อไหลออกมาโดยกลั้นไม่อยู่  ความรู้สึก
มันบอกว่า...เราจะสามารถรำได้อีกไหม?  เพราะการรำมันเป็นสิ่งที่ฉันรักมากก
ถ้าทามม่ายได้...ฉันคงไม่มีความสุขอีกต่อไป  ตอนนี้...น้ำตาก้อเริ่มไหลอีกแล้ว
 
.................................................................................
......................................ฮื้อ..........ฮื้อ.................................
..................................................................................
ทำไม???????
เกิดอะไรขึ้นกับเราน่ะ!!!!!
 
 
ผ่านมาแล้วสิบกว่าวัน  อาการยังไม่ดีขึ้นเรย  หมอบอกว่าระบบประสาทส่วนปลาย
กระทบกระเทือนอย่างหนักจนเสียไป???
ม่ายรุว่าจะหายดีเมื่อไหร่...ไม่สามารถบอกได้
สิ่งที่หมอบอก...เราดีจัยนะ  ที่จะหายได้  แต่ไม่รู้เมื่อไหร่
เราคงไม่ได้รำอีกนานเลย  คิดแล้วก้อเศร้ามากๆๆๆๆ
จริงๆแล้ว  เราน่าจะทำใจให้ได้  แต่เราก้อทามจัยม่ายได้เรยย
ม่ายมีกำลังจัยเลย....เฮ้อ!!!  ทำไมน๊า....
เศร้าทุกๆ เรื่องเรย
เฮ้อ...เราจะ  สู้  สู้   และสู้
เพื่อนๆ  เปนกำลังจัยให้เราหน่อยน๊า
คิดถึงทุกๆคนมากก...........
 
2007/3/20

เรื่องรักๆ...

เรื่องรักๆ...

วันนี้...เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้

...แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

... สักวันเราจะรู้ว่า... สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้.

..เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่...ทั้งหมดของชีวิตเรา

วันหนึ่ง...หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่

ที่เราคิดว่าเราพึงใจ...ปรารถนา...ต้องการ...ขาดไม่ได้

เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก..

เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า

...ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง

จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ อย่าได้ไปยึดติด

อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง...



คิดเสียว่า...เราโชคดี...ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก

ความผูกพัน...ก็เหมือนกับความรัก...

หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก

หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก

เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก

แต่ความผูกพันที่ว่า... ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ

...เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง

เปรียบเสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ

ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม

พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ

บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น

ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ...

ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม

หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ

แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน

เราก็จะพบว่า...แก้วใบนั้น...ก็จะร้าว...แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...

ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง...ไม่ผิด ถ้าเราค่อยๆปรับใจ...ปรับตัวของเราเอง...ให้กลับคืนในเวลาที่ควร

เพราะอย่างน้อยที่สุด...เราก็มีโอกาส...ได้ผูกพัน...

ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส...ได้รัก นั่นเอง

ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น ...คือ...ความรัก

ถ้าคุณเศร้า...เหงา...คิดถึงเค้า...อยากเจอ...อยากพูดคุย ...คือ...ความรัก

ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ ...คือ...ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว


ถ้าคุณเมามาย...เค้าลูบหลังไหล่...ดูแล ...คือ...ความรักที่บริสุทธิ์ใจ

ถ้าคุณเมามาย...เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย ...คือ...ความใคร่จากเค้าของคุณ

ถ้าคุณเข้าหา...แต่เค้าหนี... ...คือ...ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว

ถ้าคุณหนี...แต่เขาวิ่งตามมา... ...คือ...ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ

ถ้าคุณร้องไห้...ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ ...คุณคือ...คนโง่...และบ้า อย่างน่าอาย

แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก...และมอบความรักให้กับเค้า

แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม

จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้...ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า

จงภูมิใจที่มีความใคร่...เสน่หา

เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป


นานา...เรื่องราว

  ... อย่ากลัวว่าวันเวลาจะทำให้เธอต้องเสียใจ ...
 
... อย่ากลัวว่าความห่างไกลจะทำให้ใจฉันไหวหวั่น ...
 
... ข้อความเหล่านี้ ... ทุกถ้อยคำ ... จะคอยแทนคำสัญญา ...
 
... ให้เธอได้รู้ว่าไม่ว่ามันจะนานสักเท่าไหร่ ...
 
... จะไม่มีใครให้ความสำคัญและสูงค่า ...
 
... ให้คำพูดฉัน ... แทนคำสัญญา ... ให้รู้ว่า ... ฉันรักเธอ ...
 
                ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราว่างมากเหลือเกิน  หลังจากผ่านงานศรีพฤทเธศวรไปได้ไม่นาน  ก็กลับมากทม.  มาส่งงานและที่สำคัญมาอยู่ดูแลแม่หน่อยด้วยอ่า  กลับมากทม.ครั้งนี้  รู้สึกสนุกมากๆ  แต่เชื่อเลยว่า  พอแม่หน่อยกลับไปสีเกด  เราต้องเหงาและน่าเบื่อเหมือนเดิม  เหอะๆ  นี่แหละน่าที่เค้าว่ากันว่า  ชีวิตคนเรานั้นต้องมีทั้งความสุขและทุกข์ปะปนกันไป...

เฮ้อ...ตอนนี้มีเรื่องๆหนึ่งที่อยากจะทำมากๆ  แต่...

มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะทำได้เรย...มันแสดงถึงความงี่เง่า

ของเรา...

เราจะทำยังไงดีน๊า...ยิ่งคิดก้อยิ่งปวดหัว

แถมสิ่งที่เราอยากจะทำ  เกี่ยวกับคนคนหนึ่ง

เค้าไม่มีทีท่าที่จะสนใจเราเรย

"น่าเศร้าที่สุด"

2007/2/20

เป็นอีกวันหนึ่ง...ของอีกวัน

เมื่อเวลากำลังเดินไปเรื่อย...
ฉันซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ต้องเดินตามเวลา
รู้สึก...หนาว  เยือกเย็น  อยากบอกไม่ถูกเลย
เวลายิ่งเดินไปเร็ว  และเดินหน้าเท่าไหร่
ฉันยิ่งอยากที่จะเดินย้อนเวลากลับไปเมื่อวันก่อน...
แต่...มันก้อม่ายสามารถที่จะทำอย่างนั้นได้เลย
เฮ้อ...ฉันคิดถึงเมื่อวาน  คิดถึงเพื่อนที่แสนดีของฉัน
วันนี้...อยากรู้จังเลย  ว่าเพื่อนๆของฉันเป็นอย่างไรกันบ้าง
สบายดีกันอยู่หรือป่าวว
ส่วนฉัน...ก้อเรื่อยๆ  ตามภาษา!!!
คิดถึงทุกๆคนมากมายเหลือเกินนะ
คิดถึงเวลาที่แสนจะมีค่าสำหรับฉัน
เพื่อนรัก...แม้ทุกวันนี้  ฉันจะมีความสุขมากมายเท่าใด
แต่ฉัน...ไม่เคยมีสักวันที่ฉันจะลืมพวกเธอเลย  จนวันนี้
ฉันยังมีเธอในความทรงจำเสมอ
และรักเธอ...
รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
 
ห้องนาฏศิลป์ที่ฉันรัก...
ฉันไม่อยู่ตั้งนาน  ไม่รู้ว่าจะลืมกันหรือยังนะ
ฉันไม่เคยลืม  ภาพที่แห่งความสุขนั้นเลย
แม้ว่า...มันจะมีทั้งความสุข  ความเศร้า  หรือแม้แต่น้ำตา
แต่ฉันก้อถือว่า...นั้นคือบ้าน  ที่ฉันมีความสุขที่สุด  เมื่ออยู่ที่นั่น
ฉันยังคงรู้สึกเหมือนเดิม  จากวันนั้น  จนถึงวันนี้
ขอบคุน...ทุกเรื่องราวในความทรงจำ
 
คุณพ่อ  คุณแม่  ที่รักมาก...
โอ๋คิดถึงท่านทั้งสองเหลือเกินนะคะ
ไม่รู้ว่า...ท่านจะเป็นอย่างไรกันบ้าง
ในวันที่โอ๋ไม่สบาย  คุณพ่อกะคุณแม่  จะคอยดูแลไม่ห่างเลย
แต่ตอนนี้...โอ๋ต้องดูแลตัวเอง  อยู่คนเดียว
พอเย็นๆจะคิดถึงคุณพ่อกะคุณแม่มาก
คุณพ่อ  คุณแม่  ทำงานเหนื่อยมากไหมคะ
โอ๋จะเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ  คุณแม่เสมอนะคะ
เฮ้อ...และที่สำคัญ  โอ๋จะตั้งใจเรียน
ให้สมกับความหวัง  และความเหนื่อยที่คุณพ่อคุณแม่
ทำงานเพื่อส่งโอ๋เรียน...
โอ๋...อยากบอกว่า  ขอบคุนนะคะ
ที่รักและดูแลลูกคนนี้เสมอ
แม้มีบางครั้งที่ลูกทำตัวไม่ถูก  แต่...
คุณพ่อกะคุณแม่ไม่เคยโกรธลูกเลย
รักคุณพ่อและคุณแม่เสมอ
ตลอดไป
 
2007/1/31

วันนี้...

วันนี้...ฉันรู้สึกยังไง  ฉันยังไม่เข้าใจตัวเองเลย
เฮ้อ...แต่ก้อยังดีใจนะ  ที่ยังพอมีคนที่จะเข้าใจฉันบ้าง
หรือมีคนที่ยังจะคบฉันอยู่  ในบางครั้ง...ฉันก้อคิดว่าตัวเองแย่มากๆ
ทำตัวมีปัญหา (รึป่าว?)  ช่างเถอะๆ...วันนี้  เป็นแบบนี้ก้อดีแล้ว
และดีที่สุดด้วยแหละ!!!
 
ครั้งที่กลับไปบ้าน ล่าสุดนะ...สนุกมากๆเรย
ตอนแรกก้อคิดว่า  มันจะแปลกไปหรือเปล่า  แต่ก้อยังเหมือนเดิม
เรื่องของการเปลี่ยนแปลงตัวเองของฉัน...
ฉันก้อพยายามนะ...พยายามมากๆด้วย...แต่ก้อม่ายรู้ว่าจะออกมาดีสักเท่าไหร่
การทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่นี้...เฮ้อ!!!  ยากจริงๆเรยนะ
 
การที่ฉันได้ฝึกคิดและหันกลับมาทบทวนตัวเองมากขึ้น...
ฉันก้อพอที่จะคิดได้บ้าง (นิดๆหน่อยๆ...) เหอะๆ
การที่ได้ลองทบทวนเรื่องราว  และการทำตัวของฉันเมื่อก่อนนี้
มันก้อน่าที่คนเค้าจะเบื่อ...จะรำคาญยู๋หรอก?
ก้อฉัน...เร่นเอาแต่ร้องไห้  ร้องไห้  และร้องไห้...อยากเดียว  ตลอดและทุกเรื่องราว
ไม่รู้จักโตสักทีเรย...เฮ้อ...ถอนหายใจอีกแย้วอ่า...!!!
 
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า...มาเขียนอารัยที่มันซึ้งๆ
มันก้อผ่านไปเป็นเวลาประมาณเกือบๆ หนึ่งปีแล้ว  จากการที่เราจบจากชั้นมอหก
แต่ความรู้สึกเหมือนกับเพิ่งผ่านมาเมื่อวานนี้เอง...
ความรัก  ความเข้าใจ  มิตรภาพ  ระหว่างเพื่อน  พี่  และน้อง  ยังคงตราตรึงยู๋ในหัวใจ
ไม่เปลี่ยนแปลง...เรย
 
2007/1/23

เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง . . .

       หลังจากปีใหม่มานานมากกก....ยังไม่มีเวลาที่ได้พัก  ได้หันกลับมาทบทวนตัวเองสักที  จนมีคนคนหนึ่งที่เรารักมาก  บอกกลับเรา  และพูดกับเราด้วยถ้อยคำที่แปลกๆไป  จนทำให้หัวใจดวงน้อยๆ  ที่แสนบอบบางของเรา  เจ็บปวดมากๆๆ  จากที่เคยปลอบโยน  คุยด้วยถ้อยคำที่อบอุ่น  วันนี้ไม่มีแล้ว...  เราคิดว่าเค้าคงไม่รักเราอีกแล้ว  แต่มาจนวันนี้  เราเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร  และทำไม
       เค้าบอกว่าเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงเรย  เราเคยทำตัวยังไง  ก็ยังเป็นยังงั้น  เราคงเป็นดังที่แย่มากๆ  คนหนึ่งเรยแหละ  แต่...เราก้อยังดีใจ  ที่เค้ายังรักเราเสมอเรยนะ....
เดี๋ยวจะมาต่อนะ  แป๊บหนึ่ง!!!
2006/12/14

Endless Love...

"Endless  Love"
 
 
 
 
 
ฉัน...รู้สึกดีมากๆ  เวลาฟังเพลงนี้  และดูหนังเรื่องนี้
ถึงแม้จะดูมาแล้วหลายๆรอบ  แต่หนังเรื่องนี้  ก้อ...ประทับจัยที่สุด
เท่าที่เคยดูมาจริงๆ  ทั้งเนื่อเรื่อง  ความรัก  และบทเพลง
วันนี้  ก้อเรยเอาเนื่อเพลงจีน  และแปลเป็นภาษาไทย
มาให้เพื่อนๆ  ได้ลองอ่านดูกันนะค๊า...
 
 
 
 
[Mandarin]
解開我 最神秘的等待
เจี่ย คาย วอ จุย เชน มี เดอ ดัง ดาย
星星墜落 風在吹動
ชิง ชิง จวย ลัว ฟง ซาย ฉุ่ย ดง
終于再将你擁入懐中
จง หยู่ จาย เจียง นี รง รู ฮวาย จง
两顆心顫抖
เหลี่ยง เคอ ฉี ฉาน โดว

相信我 不変的真心
เฉี่ยง ฉี วอ บู เบียน เดอ เจน ฉิน
千年等待有我承諾
เฉียน เนียน เดิง ดาย โยว วอ ฉาง หนอ
無論経過多少的寒冬
หวู่ ลุน จิง กัว โต เฉา เดอ หาน ดง
我絶不放手
หว่อ เจีย บู ฟาง โฉ่ว

*[Korean]
이제 나의 손을 잡고 눈을 감아요
อี เจ นา อวี โซน นึล จาบ โก นุน นึล คาม มา โย
우리 사랑했던 날들 생각해 봐요
อู รี ซา รัง เฮ ดอน นาล ดึล เซง กัค เค บวา โย
우리 너무 사랑해서
อู รี นอ มู ซา รัง เฮ ซอ
아팠었네요
อา พา ซอ เน โย
서로 사랑한단 말들 못 했었네요
ซอ โร ซา รัง ฮาน ดา มาล ดึล โมจ เฮ ซอ เน โย

[Mandarin]
毎一夜 被心痛穿越
เม ยี เย เบ ชิน ทง ชวน ยเวอ
思念永没有終点
ซือ เนียน ยง เม โยว จง เดียน
早習慣了孤独相随
จาว ฉี กวน เหล่อ กู ดู เฉียง สุ่ย
我微笑面対
หว่อ เหวย เฉียว เมียน ดุย

相信我 你選擇等待
เฉียง ฉิน หว่อ หนี่ ฉวน เจอ เดิง ดาย
再多苦痛也不閃躱
จาย ดว่อ กู ทง เย บู ชาน โดว
只有你的温柔能解救
จี โยว หนี เดอ เวน รอว เนิง เจ โจว
無辺的冷漠
หวู่ เบียน เดอ เลิ่ง หม่อ

ซ้ำ*

[Mandarin]
譲愛成為你我心中
ยาง อาย เฉิง เหวย หนี หว่อ ฉิน จง
那永遠盛開的花
เนย ยง ยวน เชง คาย เดอ ฮวอ
穿越時空絶不低頭
ฉวน ยเว ฉี คง จเว บู ดี โถ่ว
永不放奔的夢
ยง บู ฟาง ฉี เดอ มอง

[Korean]
우리 너무 사랑해서
อู รี นอ มู ซา รัง เฮ ซอ
아팠었네요
อา พา ซอ เน โย
서로 사랑한단 말들 못 했었네요
ซอ โร ซา รัง ฮาน ดา มาล ดึล โมจ เฮ ซอน เน โย

[Mandarin]
譲愛成為你我心中
ยาง อาย เฉิง เหวย หนี หว่อ ฉิน จง
那永遠盛開的花
เนย ยง ยวน เชง คาย เดอ ฮวอ

[Korean]
우리 소중했던 약속 잊지는 말아요
อู รี ซอ จัง เฮ ดอน ยาค โซค อิจ จี นึน มาล รา โย

[Mandarin]
唯有真愛追随你我
เหว่ย โยว เจน อาย จุย สุ่ย หนี หว่อ
穿越無尽時空
ฉวน ยเว หวู่ จิน ฉี กง

[Korean]
서로 사랑한단 말들 못 했었네요
ซอ โร ซา รัง ฮาน ดา มาล ดึล โมจ เฮ ซอ เน โย

[Mandarin]
愛是心中唯一不変美麗的神話
อาย ฉี ฉิน จง เหว ยี บู เบียน เม หลี เดอ เชน ฮวอ
 
 
 
 

JC : ปลดปล่อยฉันจากการรอคอยที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ดวงดาวล่วงหล่น สายลมพัดผ่าน
ในที่สุดฉันก็ได้กอดเธอไว้ในอ้อมแขน
หัวใจสองดวงเต้นไปด้วยกัน
โปรดเชื่อฉันว่าหัวใจของฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
รอคอยเป็นเวลาพันปี ฉันสัญญา
แม้ลมจะเหน็บหนาว และขมขื่นเท่าใดฉันก็จะ ไม่ยอมให้เธอจากไป

KIM : หลับตาลงและจับมือฉันไว้ให้แน่น
รำลึกถึงความหลังคืนวันที่เรารักกัน เรารักกันมาก
ชั่งหน้าเสียใจเหลือเกินที่เราไม่ทันได้พูดว่า ฉันรักเธอ

JC : ทุกคืนฉันเจ็บปวดใจ ฉันไม่เคยหยุดคิดถึงเธอ
มันชาชินเสียแล้ว กับการที่ต้องอยู่คนเดียวนานแสนนาน
แต่ฉันก็ยังยิ้มได้ เชื่อฉันเถอะ ฉันเลือกที่จะรอคอย
ถึงแม้ว่าจะเจ็บปวด ฉันก็จะไม่ไปไหน
มีแต่ความอบอุ่นจากเธอเท่านั้นที่จะปกป้องฉันจากความหนาวเย็น

KIM : ซ้ำ

JC/KIM : ขอให้ความรักกลางใจฉัน เปล่งบานเหมือนดอกไม้บานในใจเราตลอดไป
เราจะสามารถผ่านห่วงเวลาไปได้ ไม่ยอมก้มหัวให้ ไม่ยอมละทิ้งความฝัน

KIM : ชั่งหน้าเสียใจเหลือเกินที่เราไม่ทันได้พูดว่า ฉันรักเธอ

JC : ขอให้ความรักกลางใจฉัน เปล่งบานเหมือนดอกไม้บานในใจเราตลอดไป

KIM : เราไม่เคยลืมคำสัญญา

JC : รักแท้ของเราจะติดตามไปตราบห้วงเวลา

KIM : เรายังไม่ทันได้พูดว่า "ฉันรักเธอ"

JC : ความรักที่เรามีในจิตใจเป็นแค่เพียงตำนานที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

 

2006/12/11

บางมุม...ในหลายๆ ความรู้สึก

 
 
The  feeling  we  give  each  other  is  so  precious
It  should  has  been  keeping  in  our  mind
 
 
 
"ความรู้สึก"  ที่ให้กันสำคัญเสมอ       
 
ทุกสิ่ง...ระหว่างฉันกับเธอ
 
จะถูกเก็บซึมซับไว้เป็นส่วนหนึ่ง...ของ *หัวใจ*
 
 
 
 
ในที่สุด...ก้อมีเวลามา up สเปซสักที  หลังจากที่ห่างหายไปนาน
ระหว่างที่หายไปนั้น  ก้อเกินเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย  ที่ทำให้ฉันรู้สึกทั้ง
ทั้งดีใจ  เสียใจ  เศร้าใจ  สนุกสนานและเหนื่อยมากๆ ในเวลาเดียวกัน
เฮ้อ!!!  ไม่รู้เริ่มเล่าตรงไหนดีอ่า...
 
 
 
 
เริ่มจาก...การกลับบ้านในช่วงวันพ่อดีกว่า
กลับไปครั้งนี้  วันแรกก้อไปขอนแก่นเพื่อไปงานศพตาของน้องสาว  ที่มีนามว่า "ต้นฝน"
ซึ่งการเดินทางนั้น  จะบอกว่าเหนื่อยก้อเหนื่อ  แต่สนุกมากกว่า
เพราะรถที่ขับไปอ่ะดิ  ดันเสีย  ต้องซ้อมระหว่างทาง
แอร์ไม่เย็นอีก...แต่ที่สนุกน่ะเหรอ
คงเป็นเพราะมีคนร่วมเดินทางไปด้วย  มีแต่คนที่เรารักทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็น  แม่หน่อย  หม่อมแม่  ป้าชุ  น้องสาวน่าน (ช้างน้อย)  น้องต้นฝน (ซึ่งต้องไปรำหน้าไฟด้วย)
น้องอ้น (โชว์เฟอร์)  น้องบาส  น้องเทค  และน้องหวาน (ที่น่ารักมากๆ)
กานเดินทางถึงแม้จะติดขัดบ้าง
แต่ตลอดระยะทางนั้น  เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทั้งนั้นเรย
พวกเราทั้งคณะขากลับก้อแวะทานสเต๊กบุฟเฟ่ส์
ฉันกินเยอะมากกกกก...ขอบอกว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มน่ะเนี่ย
 
 
 
 
 
 
วันต่อมา...ก้อมาช่วยหม่อมแต่งตัว  คนของเทศบาล
วันนี้...เกิดเหตุการณ์ที่จะว่าไปก้อ...เส้านิดหน่อย
ที่หม่อมแม่โกรธ (งอนๆ)  เพราะไม่ยอมไปแสดงด้วย
แต่...ก้อจบลงด้วยดี  เพราะไม่ได้โกรธเรา
อิอิ...
 
 
 
 
เรื่องนี้...เป็นเรื่องที่เราเสียใจที่สุดเลย...
เรามาเข้าใจคำว่า "สัญญา" จริงๆก้อวันนี้แหละ
ซึ่งฉัน  เป็นคนที่ถูกผิดสัญญายังงัยหล่ะ
ถึงได้เข้าใจ...
จะเล่าไป  ก้อไม่แน่ใจน่ะ
ว่าคนคนนั้น...ที่ฉันรักมากกๆ  ตั้งใจจะผิดสัญญารึป่าวว
ถามว่า...โกรธไหม
คำตอบคือ  "ไม่"  แต่น้อยใจมากกว่า
ว่า...เราคงไม่มีค่าหรือความสำคัญอะไรกับคนคนนั้นเรยเหรอ
แค่นั้นเอง...จริงๆ
เรื่องมันก้อเล็กๆนิดเดียว  ถ้าเปรียบกับความรู้สึก  มันใหญ่กว่าเยอะ
ใครจะว่า  ยังงัย  ว่าเราเป็นเด็กขี้แย  ขี้งอน  ก้อแล้วแต่...
เราเสียใจกับเรื่องเล็กๆนี้มาก...
อาจเป็นเพราะ  เรารักและไว้ใจ  เชื่อใจเค้ามากกมั้ง
เล่าแล้วๆๆ  คือว่า  ก่อนวันที่ 5 ธันวา  เราโทรนัดกะเค้าว่าจะไปกินเนื้อย่างกัน
เพราะฉันจะกลับกรุงเทพแล้ว  กินข้าวกันก่อนกลับ
เค้าก้อบอกว่าไม่ว่า  คงจะกลับมาถึงสีเกดดึก
เค้าสัญญาว่า  วันที่ 5 ธันวา  หลังรำเส็ดจากศาลากลาง
จะไปกินกัน  ฉันก้อบอกไปว่า  มันเลิกดึกน่ะ
เค้าก้อบอกว่า...จะรอ  ไม่เป็นรัย
ก่อนที่จะวางโทรศัพ  เราพูดกะเค้าว่า  "สัญญา"  น่ะ
โอ๋จะรอ...
พอถึงวันที่  5 ธันวา  ตอนก่อนจะรำ  เค้าก้อถามว่าจะไปกินที่ไหน
เราก้อบอกว่าแล้วแต่  ถ้าเค้าไปด้วยที่ไหนก้อกินอร่อย
เค้าก้อบอกว่า "โอเค"
แต่...พองานเส็ด  กลับไม่ได้ไปกิน  เพราะเก็บของเส็ดเกือบห้าทุ่ม
แต่ฉัน  เส็ดตั้งแต่สองทุ่ม  ทำโน้นทำนี่รอ  ข้าวก้อยังไม่กิน
เค้าก้อไม่เห็นว่ารัย  ฉันก้อรอ  เค้าก้อรอ  ไม่รู้รออะไรกัน
สุดท้าย...เค้าบอกว่าง่วงนอน  กลับบ้านแล้วน่ะ
แค่นี้เท่านั้นแหละ...น้ำตาจากที่ไหนไม่รู้  หยดลงต่อหน้าเค้า
เค้าก้อบอกว่า...ขี้น้อยใจจัง  ฉันก้อหยุดร้องไห้แล้วก้อทามเหมือนไม่มีรัย
ไม่รู้สึกรัย  แต่  ฉันน้อยใจมากจริงๆ
ฉันเรยคิดได้ว่า...ถ้าเราคิดว่า  เราไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่ทำไว้กับใครได้
ก้อ...อย่าสัญญาเรย  คนที่เราผิดสัญญา
เค้าคงจะรู้สึกแย่มากๆๆๆ
อย่าง "ฉัน" งัยหล่ะ
 
 
 

 
เป็นผู้หญิงนี้  ยากจริงๆเรย  และผู้หญิงอย่างฉันด้วยสิ
รักใคร  ชอบใคร  ก้อม่ายกล้าพูด
หรือไม่ก้อ  รับประทานแห้ว  ทุกคนเรย...
 
 
 
วันนี้อัพสเปซ  เท่านี้ก่อนน่ะ
เหนื่อยแย้วว...
แล้วพบกาน  ฉบับต่อไปจ้า...
 
2006/10/20

คำว่า "มิตรภาพ"

 
 
ในระหว่างที่ฉันกลับมาอยู่ที่บ้าน...
เป็นช่วงเวลาที่แสนจะสนุก...มีแต่เสียงหัวเราะ
และความอบอุ่นในพลังของมิตรภาพ...
คำว่า "มิตรภาพ"  ในความหมายของฉันแร้วนั้น
มันคงจะเป็นคำที่ไม่สามารถนิยามความหมายของมัน
ได้อย่างเต็มที่...เท่าไหร่นัก
เนื่องจากว่า  คนเราทุกๆคนคน  คงจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างไป
 
 
แต่สำหรับฉันแร้ว...
มิตรภาพ  หมายถึง  สิ่งที่ยู๋ในจิตใจของเรา
แม้ว่ามันจะเคยลบเลือนไปบ้าง
แต่มันจะไม่มีทางหายไปจากใจของเราอย่างแน่นอน
 อย่างเช่น  ครั้งนี้...
มิตรภาพระหว่างเพื่อน  แม้เราจะห่างกันไกลแสนไกล
แค่...ความเป็นเพื่อนก็ยังคงยู๋ในใจของเราเสมอ
ถึงแม้...จะไม่ได้พูดคุย  ได้ไปเที่ยว  เล่น  กันเหมือนอย่างเคย
แต่ "มิตรภาพ"  ระหว่างเพื่อน  ก็ไม่เคยที่จะหายหรือสลายไป
จากใจเราอย่างแน่นอน...
 
 
 
 
ฉันกลับมายู๋ที่บ้าน  ได้เจอกับเพื่อนๆนางรำหลายๆคน
ไม่ว่าจะเป็น  ปอ  แตงโม  ออม  โฮบ  เจ๊กอป  แจน  แจ็คและก้อเป็นน้องๆ
ในห้องนาฏศิลป์  ไม่ว่าจะเป็น  น้องไผ่  น้องออย  อุ้ม  อ้อม  โตโต้  ฝน
ปอม  เตย  แป้ง  และก้ออีกหลายๆคน
ที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลานาน...
แต่ความสัมพันธ์ของพวกเราก้อไม่เคยเปลี่ยนแปลงเรย
เมื่อเจอกันทุกครั้ง...เราจะมีแต่เสียงหัวเราะ
และรอยยิ้ม  ให้กันและกันเสมอ
 
 
ฉันกลับมาครั้งนี้  รู้สึกเหมือนว่า...
จะใช้งานฉันคุ้มเหมือนเดิม...
เพราะฉันต้องมาซ้อมรำตอนเย็นๆทุกวัน
แล้วตบท้ายด้วย  การไปกินข้าว  กินนม  ขี่รถเล่น
รอมเมือง...เฮ้อ!!!  ช่างเป็นบรรยากาศที่ฉันคุ้นเคย
และอยากจะเก็บช่วงเวลาเหล่านี้อยู่กับเราไปนานๆจัง
 
 
 
 
แต่เวลา...มันไม่สามารถหยุดเดินได้...
ขอแค่เพียง  เรามีความทรงจำดีดี
ระหว่างเพื่อน  พี่  น้อง
เท่านี้...ฉันก้อคิดว่า "มิตรภาพ"  จะยังยู๋ข้างๆเราเสมอ
และเมื่อเราท้อใจ  หดหู่  หรือหมดกำลังใจ 
ความทรงจำดีดี  ทั้งหลาย...
จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังใจ  ให้เราสู้ต่อไปได้อย่างแน่นอน...
 
 
 
I  want  to  tell  with  my  friendship  that  "you  are  best  person  for  me"
and
"I  don't  forget  you"
 
 
 
 
*FRIENDS  NEVER  DIED*
2006/10/10

I back home!!

 

 

 
 
 
วันนี้...และตอนนี้  ฉันรู้สึกถึงความอบอุ่น
รู้สึกว่าฉันยู๋ในที่ที่ฉันคุ้นเคย...เพราะนี่  คือสถานที่ที่ฉันรัก
นั้นก้อคือ...บ้านของฉันเอง
ฉันได้กลับบ้านแล้ว...อิอิ  ดีจัยที่สุดเลยเนี่ย
แต่พอได้กลับบ้านแล้ว  กลับรู้สึกอยากกลับไปกรุงเทพอีก
เนื่องจากอะรัยอ่ะเหรอ,,,  คงเพราะที่นั่น
 
 
 
 
 
มีสิ่งที่ฉัน  ได้พบกับ...ความรัก* มั้ง
เหอะๆ  แต่ว่า  คงไม่ใช่ความรักจริงๆหรอกมั้ง
เพราะยังไม่มีการพูดออกมาเรย...ว่าเรารักกัน
แต่ก้อช่างเหอะ!!!
 
 

 

 

 

 

 

 

 
ตอนนี้ได้ยู๋ที่บ้าน  ได้เจอกับเพื่อนๆที่น่ารัก  ก้อพอแย้ว
ตั้งแต่กลับมา  ก้อซ้อมรำทุกวันเรย
ตั้งแต่บ่ายๆ  จนถึงค่ำ  เฮ้อ!!  เป็นกานออกกำลังกาย
ไปในตัวด้วย...อิอิ
 
 
 
 
 
 
เพื่อนเก่าที่กลับมา  ก้อมี...โฮบ  แจน  หลิน  ปอ  ออม  เจ๊กอป  หลี  หลุยส์
รักมากๆเรยน่ะเนี่ย...
ส่วยคุณครูที่น่ารัก  ไม่ว่าจะเป็น  หม่อม  แม่หน่อย  ป้าชุ 
ก้อยังน่ารัก...ยู๋เสมอเรย
 
 
 
 
ฉันชักจะรู้สึกเหงาๆแร้วซิ  คิดถึงใครคนหนึ่ง
ที่เค้ายู๋ไกล  คงอีกนานกว่าจะได้พบกัน
อืมม...แต่ความคิดถึงและความรู้สึกที่มีให้
ก้อยังคงเดิมน่ะ...
 
 
  
 
2006/10/2

สาระ...ความรัก

 

 

คติ : ความรัก

คุณเคยได้ยินความหมายของความว่า "รัก" มากเพียงใด
ก่อนที่คุณจะเอ่ยปากพูดว่า คุณได้เข้าใจความหมายของคำว่ารักแล้ว
คุณลองส่องกระจกและมองกลับไปที่ตัวของคุณก่อนว่า
คุณเคยมีความรักแล้วหรือยัง???

ความรัก ก่อนที่คุณจะได้สัมผัสกับนิยามของคำนี้
ก่อนหน้านี้คุณอาจจะไม่เชื่อว่า
มันอาจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปทั้งชีวิตก็เป็นได้
ความรักทำให้คนตาบอด ความรักทำให้คนมองโลกในแง่ดี
ความรักทำให้คนเรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ความรักฯลฯ
มันอาจเป็นนิยามของคำว่าความรักที่คุณเคยอาจได้ฟังกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย


แต่จะมีสักกีคนรู้ว่า มันเป็น"จริง"
นิยามของความรักไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบกับความรัก
แต่มันเป็นผลกระทบที่เกิดจากความรัก
แน่นอน สำหรับคนที่เคยสมหวังในรักและมีรักที่ยืนยาว
คุณอาจจะไม่รู้สึกกระทะบกระเทือนกับนิยามของความรักเหล่านี้
คนบางคนเป็นคนที่ห้าวหาญ จิตใจมั่นคง เข้มแข็ง
แต่เมื่อเค้ามาตกอยู่ในสภาวะของความรัก
ร้อยละ 80 ของทุกๆคน จะเปลี่ยนไปในทันที
ขึ้นอยู่กับว่าจะไปในทางดีหรือร้ายก็เท่านั้น
คนบางคนสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความรัก


ถึงแม้จะรู้ว่ามัน"สิ้นหวัง"
แน่นอน ความรักไม่ได้ถูก ชะตากำหนดมาจากสวรรค์
แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่ที่คุณจะเริ่มเสาะหามัน
เวลาคนเราสิ้นหวังในความรัก
มักจะโทษฟ้าดินว่าเป็นผู้ที่ทำร้ายเค้า
แต่ใครจะรู้ว่า ตัวเราเองหละที่ทำตัวเอง


สิ่งบางสิ่งที่เราทุ่มเทให้กับใครคนนึงอย่างสุดความสามารถ
เพื่อที่เราต้องการให้เค้ารู้สึกประทับใจกับเรา
แต่พอต่อไปเรารู้ว่าเค้าไม่ได้รักเรา
เรากลับไปโทษว่าฟ้ากลั้นแกล้ง
หรือไม่ก็ เราไม่ใช่คู่กัน เธอและเค้าคงถูกกำหนดมาแล้ว
ทำไม่เราไม่ลองมองกลับกันหละ ว่า
ก่อนหน้าที่เราจะทุ่มเททุกๆสิ่งให้เค้าไป
เราเคยถามเค้าหรือยังว่า

    


เค้ารู้สึกยังงัยกับตัวเรา
ถ้าเรารู้ความรู้สึกของเค้า ตั้งแต่แรกเริ่ม
เราคงไม่มานั่งเสียใจกับ สิ่งที่เราทุ่มเทลงไป
คนที่มานั่งเสียใจไม่ได้ เสียใจที่เสียความรักไป
แต่รู้สึกเสียใจที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไป
มันไม่มีค่าอะไรกับ "เธอ" เลย
นี่คือ นิยามความรัก เล็กๆน้อย
ซึ่ง ความคิดของเราอาจจะไม่ถูกต้องมากนัก
แต่มันก็ออกมาจากความรู้สึกที่มี
ขอให้รักษาความรักไว้นานๆนะจ๊ะ



- ความรักก่อนได้มานั้นยากลำบาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือ เราจะรักษารักนั้นไว้ได้นานขนาดไหน -

 

 

 

 

มีรักมักมีทุกข์ จริงๆ หรือ ?

 

 

ความรักโดยเนื้อแท้แล้ว ไม่เคยทำร้ายใคร และไม่เคยทำให้ใครเจ็บปวดด้วย
พูดอย่างนี้อากถูกกล่าวหาว่าคิดอะไรประหลาดๆ
เรื่องจริงก้อคือ "ความคาดหวังจากรัก"ต่างหาก ที่ทำให้เกิดความทุกข์หรือเสียใจ
หากรักเป็นรักที่ให้ไปโดยไม่คาดหวังอะไรตอบแทน


ย่อมไม่ทำให้ใครเจ็บปวด
แต่โดยมาก จะเจ็บปวดกับการที่คาดหวังแล้ว
ใครคนนั้นไม่เป็นอย่างที่เราต้องการมากกว่า
ไม่ว่าจะเจ็บปวด เพราะการคาดหวังที่จะไดรับ
รักตอบจากใครซักคน
หรือคาดหวังให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ลองเรียนรู้ที่จะรักโดยไม่กำหนดข้อเรียกร้องอะไรมากมาย
แล้วคุณจะรู้ว่า...การมีรีก ไม่ได้จำเป็นต้องเร่งร้อน
ไม่ต้องมีความเจ็บปวด

 


ลองเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวเองเสียก่อน
แม้กระทั่งตัวเราเอง ก้อยังไม่อยากให้ใครมาคาดหวัง
อะไรมากจนเกินไปนัก
แล้วประสาอะไรกับการเอาใจเราไปคาดหวังให้ใคร
บางคนเป็นอย่างที่เราต้องการ
ลองให้ความรักไป โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนกลับมา
แค่ได้แบ่งปันความรักในใจเราให้เขาไปเท่านั้น
เพราะแก่นแท้ของความรัก คือการให้ และรักก้อเป็นจุดกำเนิดของความสุขได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

 


พื่อนๆหลายคนก้อคงจะบอกว่า เป็นไปไม่ได้หรอกที่เรารักเขาแล้วไม่ต้องการให้เขารักตอบ อันนี้มันก้อจริง เพียงแต่ อยากให้เราได้คิดดู บางทีเราควรรักเขา อย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องการให้เขามารักตอบ

 


2006/9/30

I don't need free tim€ !!

 
เคยรู้สึกกันไหมว่า...เมื่อคุณมีเวลาว่างมากๆ
โดยที่ไม่มีอะไรทามเรย  และก้อใช้เวลาว่างนั้น  ยู๋กับตัวเองคนเดียว
คุณจะรู้สึกหมกมุ่น  กับสิ่งเก่าๆที่เคยผ่านมา
จนคุณ...กลายเป็นคนที่คิดมาก
 
 
 
ใช่...จริงยู๋ที่เค้าบอกว่า  เวลาที่ยู๋คนเดียว  จะทำให้เรามีโอกาส
ได้ไตร่ตรองชีวิตของเรา...ว่าเราได้ทำอะไรลงไปบ้าง
แต่...นั่นแหละ  มันจะทำให้เรากลายเป็นคน "คิดมาก"  โดดไม่รู้ตัว
ซึ่งมันทำให้ฉันเกลียด "การยู๋คนเดียวและว่างๆที่สุดเรย"  เหมือนอย่างเช่นตอนนี้ไง !!
 
 
 
ตอนนี้...เนื่องจากฉันสอบเส็ดแร้ว  ทำให้วันหนึ่งๆ
ฉันไม่รู้จะทำอะไร  นอกจากมาระบายความในใจ  ใส่สเปซของตัวเอง
เพื่อไม่ให้ว่าง...
และอีกอย่างน่ะ  คิดถึงที่บ้านเหลือเกิน!!
แค่คิดไปไกลๆ  ว่าจะต้องกลับมาเรียนอีก  ก้อเหนื่อยหัวใจแล้ว
แถมเรียนอีกตั้ง 5 ปี โน้น !!  ไม่ๆ  ฉันจะต้องเข้มแข็ง
อิอิ...เป็นคำปลอบโยนตัวเองที่ดีมากๆเรยน่ะเนี่ย
 
   คิดถึงเจ้าหมาที่บ้านจัง  "น้องหมาสีขาว"  หุหุ  ตอนนี้นู๋คงจะอ้วนเป็นหมูแทนหมาไปแล้วมั้ง
 

คิดถึงห้องนาฏศิลป์ที่ ศกว. จังเรย  ไม่รู้ว่าเค้าจะลืมเราหมดหรือยัง  ถึงตัวเราจะอยู่ที่ไหนน่ะ  หัวใจก้ออยู่ที่เดิมเสมอ...
 
 
 
 
นี่แหละ...เพราะมีเวลาว่างมาก  เรยคิดไปเรื่อยเปื่อย
อืมม...ไม่รู้ใครจะรู้สึกเหมือนเราไหม  ว่าเราน่ะ  ผูกพันและรักศกว.เหลือเกิน
อาจจะเป็นเพราะว่า  เราได้ทำอะไรต่อมิอะไรให้ที่นั่นมากมาย
และที่นั่น...ก้อได้ให้อะไรต่อมิอะไรมากมายกับฉันเหลือเกิน...
รักน่ะ!!!  ศกว.
 
 
 
 
  นั่งยู๋คนเดียวตั้งนาน...ทำให้คิดอะไรออกมาเรื่องหนึ่ง...
คือเรื่องที่นานมาแล้วแหละ!!!  เป็นเรื่องของเพื่อนฉันคนหนึ่งน่ะ
แต่ไม่ขอเอ๋ยหรอกว่าเป็นคราย...ฉันดีจัยที่มีโอกาสได้เป็นเพื่อนกับเค้า...
เพราะอะไรน่ะเหรอ  ก้อเพราะเค้าเป็นเพื่อนที่ดีมากเรยหล่ะ...
ม่ายใช่เพียงดีกับฉันเท่านั่นน่ะ  แต่ดีกับทุกๆคน  และไม่ว่าใครจะขอร้องให้เพื่อนคนนี้ช่วยอะไรน่ะ
ไม่เคยปฏิเสธเรย...ช่วยได้ก้อจะช่วย  แต่...ฉันก้อมีแอบน้อยจัยบ้าง  เนื่องจากเค้าไม่ค่อยสนใจ
ฉันเหมือนเพื่อนคนอื่นๆเรย  ไม่รู้ทามมัยดิ  และงานของฉันน่ะ  เค้าช่วยฉันเต็มที่  และเวลามีอะไร 
เค้าเป็นคนที่พูดตรงๆออกมาเรยว่าเราควรจะทำตัวแบบไหนถึงจะดี  อะรัยแบบนี้...และอีกอย่างหนึ่งที่แปลก
เวลาฉันปรึกษาปัญหาต่างๆ  เค้าไม่ค่อยพูดในทางท่าดีเท่าไหร่หรอก...แต่กลับพูดว่า "ก้อแกทามเองหนิ"
โฮ!!  แค่นี้เท่านั้นน่ะ  แต่พอฟังแล้วกลับมีกำลังใจโคตรๆเรย  และก้อจะปรึกษาเพื่อนคนนี้ตลอดเลย!!...
 
 
"รักเพื่อนคนนี้  และคิดถึงเธอมาก  เราจะต้องกลับมาพบกันอีกน่ะ"
เพื่อนกันตลอดไป  *friendship  never  die*
 
น้องชาย...น้องชาย...น้องชาย...จ๊ะ  ได้ยินพี่เรียกรึป่าวว...

"คิดถึงน้องชายน๊าา!!" มายู๋เนี่ย  ม่ายมีครายคอยห่วงเรย...

เหอะๆ...แต่ว่า  น้องชายของพี่  ต้องตั้งใจเรียนน่ะ  และก้อ  ไม่ต้องไปสนใจคำของคนอื่นๆมาก

จำไว้ว่า...พี่คนนี้จะยู๋ข้างๆ น้องชายเสมอน่ะ ฝากบอกอีกเรื่อง..."รักตัวเองให้มากๆ" เพราะไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราเอง

 

สุดท้ายๆ...ของตอนนี้แล้ว

เพราะว่าจะไปอาบน้ำ...เตรียมตัวไปวันกับเพื่อน...เย้!!  ไม่มีเวลาว่าง "คิดมาก"  แล้ว  ไปทำบุญดีกว่า

 
 
ปิดเรื่องด้วย...คำพูดสั้นๆ นิดๆหน่อยๆ  จากการไปอ่านหนังสือฟรีมา
"คนเราทุกคน  ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดหวัง แต่เมื่อผิดหวัง  เราก้อม่ายควรท้อแท้  เพราะเมื่อเราท้อแท้
ความท้อแท้นั้นแหละ  ที่จะไปบั่นทอน  หัวใจ  ที่เหมือนกำลังจะเข้มแข็งของตัวคุณเอง
ความผิดหวัง  มันก้อเป็นเหมือนเพียง  บททดสอบหนึ่งของชีวิตเท่านั้น
บททดสอบว่า คุณสมควรที่จะยู๋หรือเดินหน้าต่อไปหรือไม่  ก้อเท่านั้นเอง
ถ้าคุณ  ไม่ทำให้หัวใจอ่อนแอลง  คุณก้อคือผู้ชนะแล้ว  ทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่เกิดขึ้น  กับทุกๆคนบนโลกใบนี้  ยู๋ที่ตัวของเราเองเท่านั้น  ว่าต้องการ
ให้ชีวิตของเราเป็นแบบไหน
จะเป็นผู้แพ้ตลอดไป  หรือจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล"
 
 
 
2006/9/29

ใกล้จะถึงเส้นชัย...

 
 
 
 
ในที่สุด...เวลาของการสอบก้อจะจบลงไปแล้วน๊า
เฮ้อ...รู้สึกว่าดีจัยอย่างบอกไม่ถูกเรย
อืม...ดีจัยที่จะได้กลับบ้าน  แถมยังจะได้เจอกับครอบครัวที่แสนอบอุ่น
พ่อ  แม่  พี่  น้อง  ครู  อิอิ
ล้วนแต่เป็นบุคคลที่ทำให้เรา  มีความสุขเมื่อยู๋
ใกล้ๆ  และยังเหมือนเป็นกำลังใจให้กับเราอีกด้วย
 
 
 
 
 
มีใครรึป่าวว...ที่คุณเห็นเค้าสำคัญในชีวิตมากมาย
เอาแบบ  คนที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันนะ
เอาแบบที่  เพิ่งมารู้จักกัน  หรือมาพบกันด้วยเหตุอันใดมิทราบ
แต่ก้อ...ทามให้เราผูกพันกันอย่างมากมายแล้วว...
คุณมีรึป่าว...
 
คนที่ฉันผูกพันมากมายคนนี้...
คือ  แม่หน่อย  นั่นเอง  เราก้อม่ายรุน๊า
ว่าทำไม...เราถึงรู้สึกดี  เวลายู๋กับแม่หน่อยทุกครั้ง
รู้สึกอบอุ่นในใจ  เวลาที่เครียดหรือท้อแท้ 
เมื่อเราได้คุยกะแม่หน่อยแล้ว  ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาก
จนบางครั้งก้อรู้สึกเกรงใจแม่หน่อยเหลือเกิน
ที่รบกวนท่านยู๋บ่อยๆ...
 
 
 
 
 
แต่ว่า...ถึงตอนนี้นู๋จะมาเรียนที่อื่นแล้ว
แต่อยากจะบอกกะแม่หน่อยว่า  หนูรักและเคารพ
แม่หน่อยเสมอ...และคงจะตลอดไปด้วยอ่า
แต่...ก้อมีแอบน้อยใจ  ตามภาษาของหนูบ้าง
ที่...กลัวแม่หน่อยจะลืมหนู  เพราะมีลูกคนใหม่
แต่...ยังงัยๆ  นู๋ก้อจะรักแม่คนนี้ของนู๋ตลอดไปน่ะคะ
 
เฮ้อ...ไม่รู้ว่าแม่หน่อยจะได้มีโอกาสเข้ามาอ่านสเปซนู๋ไหม
แต่ถึงไม่ได้อ่าน...นู๋ก้อยังดีใจ  ที่ได้เล่าความรู้สึกของนู๋
ให้กับคนอื่นๆได้อ่าน  อิอิ  แต่หวังลึกๆว่า  สักวันหนึ่ง
แม่หน่อยคงจะเข้ามาดูเป็น
อิอิ...นู๋จะกลับไปเปิดให้ดูเองคร้า
เจอกันวันที่ 9 ตุลาคม 2549 นะคะ
รักเสมอ
 
 
 
 
"ลูกสาว"
2006/9/21

F.I.N.A.L TEST

 
 
ตอนนี้เครียดมากๆ เรยเนี่ย  จะสอบแล้วว
แต่ก้อแปลกนะ  ยังมีอารมณ์มานั่งอัพสเปซได้...แหมๆ  ก้อพักผ่อนเท่านั้นเอง
เฮ้อ...เพื่อนๆก้อคงจะสอบเหมือนกานช่ายป่ะหล่ะ
 
 
ม่ายต้องคิดมากน่ะ  เรื่องตกที่มหาลัยเปนเรื่องธรรมชาติ
เหอะๆ  เฮ้อ...ถอนหายใจอีกแย้วว...ม่ายช่ายอารัยหรอกน่ะ
แค่เหนื่อยเฉยๆ  เพราะตั้งแต่เปนลมเข้าโรงพยาบาลมา  เหมือนกับจะม่ายมีแรงตลอดเรย
 
 
 
 
อืมม...ตอนนี้กำลังมีเรื่องน่าดีจัย  เพราะว่าครูสุดที่รักกำลังจะมา
อิอิ...ครายน่ะเหรอ  ก้อ  หม่อม  กะแม่หน่อย  สุดที่น่ารักของเรา
ก้อมีนัดหมายกับเพื่อนๆ  เช่น  โกโก้  โฮบ  หลุยส์  พี่ปอ  พี่ป่าน  แตงโม  นัดไปเจอกาน
กะคุณครู...แล้วมีดินเนอร์  กันท่ามกลางแสงจันทร์  เฮ้อ...ฝันหวาน
ม่ายได้ฝันหรอกน่ะ  เพราะพรุ่งนี้แล้วช่ายป่ะ
วันที่ 22 กันยายน  รีบมาถึงเร็วๆน่ะ  คิดถึงมากๆเรย
 
  
 
เมื่อเช้านี้...แม่หน่อยก้อโทรมาหาตอนตีห้ากว่าๆ 
เราม่ายได้รับ  เพราะอาบน้ำยู๋  พอมาก้มดูโทรศัพท์ก้อรู้สึกแปลกใจ
เรยโทรกลับ...แม่หน่อยโทรมาหาเรา  เพื่อดูว่าเราตื่นมาอ่านหนังสือยัง
เหอะๆ...ดีจัยจังเรย  ขอบคุณมากน่ะคะ  ที่ยังไม่ลืมหนู
 
 
 
 
แล้วถ้าพรุ่งนี้เปนยังงัย...จะมาบอกเล่าให้ฟังต่อน่ะ
รักและคิดถึง
ทุกๆคนเสมอน่ะ
ตั้งใจสอบด้วย...แล้วเจอกัน
ปิดเทอม
 
 
 
2006/9/20

บันทึกใหม่...การเมืองไทย

เรา    ในหลวง

พ่อของชาวไทย

รักพ่อ....อย่าให้พ่อเหนื่อยเลย

 

            วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลาประมาณ  22.25 น. ขณะที่ฉันกำลังดูละครยู๋นั้น 
ทีวีก้อตัดไปเป็นเพลงของใหลวง  ฉันก้องงๆน่ะ  แต่ก้อม่ายได้คิดอะไร  เพื่อนในห้องของฉันก้อเดินมาบอกว่า 
"คนโทรมาบอกว่าตอนนี้ กรุงเทพ กำลังมีทหารเต็มเมืองเรย"
ฉันก้อยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  ม่ายมีช่องไหนที่ดูได้เรย 
ยกเว้นช่องที่เป็น cnn  เป็นภาษาอังกิด  ซึ่งฉันก้อน่ะ  เก่งอังกิดเหลือเกิน
เหอะๆ...เพื่อนๆของฉันต่างก้อโทรศัพท์มาถามข่าวคราวกันใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น 
อืมมม...ฉันไม่คิดว่าในชีวิตของฉันจะมาเจอกับเหตุการณ์
นี้  ก้อดีน่ะ  ตื่นเต้น  งง!!!  แต่ก้อ...เป็นประสบการณ์ดี  สรุปแล้วก้อคือ  ทหารกับตำรวจ 
ทำการรัฐประหารรัฐบาลของนายกทักษิณนั่นเอง
เค้าก้อยึดสถานีโทรทัศน์ไว้หมดอ่า  แล้วก้อออกมาประกาศยู๋เรื่อยๆ 
ครั้งแรกก้อบอกว่า ยึดกรุงเทพและปริมณฑลหมดแล้ว  โดยไม่มีการขัดขืนแต่อย่างใด
ครั้งต่อมา  ก้อห้ามทหารออกจากที่ตั้งก่อนได้รับคำสั่ง  และครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ  01.00 น. 
ก้อออกมาประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ
สส.  สว.  คนะรัฐบาล  นายก  ทุกๆอย่างเลย  ยกเว้นองคมนตรีอย่างเดียว 
เฮ้อ!!! วุ่นวายเหลือเกินการเมืองไทยเนี่ย  ถ้ามีอะไรก้อจะมาเล่าต่อน่ะ
เขียนงงหน่อย  เพราะเค้าก้องง อิอิ...
 
01.15 น.
 
 
2006/9/14

* ค ว า ม เ อ๋ ย ค ว า ม รั ก *

 
 
ฉันเคยคิดสงสัย...ว่าทำไมคนที่มีความรัก  ถึงมีทั้งความสุขและความทุกข์ได้ในเวลาเดียวกัน
ตอนนี้ฉันเลิกที่จะคิดสงสัยแล้ว...เพราะฉัน  ได้เรียนรู้และพบเจอกับมันด้วยตัวเอง
 
 
...ฉันม่ายเคยจะรักหรือชอบใครมาก่อนเรย  จนมาพบกับเธอ  ฉันถึงรู้ว่ารักเป็นยังไง
เพื่อนถามฉันว่า...ตกลงแกชอบ  หรือแกรักว่ะ  ฉันตอบไปว่า "ไม่รู้"...
แต่...เพื่อนมันบอกว่า  แกต้องรักแน่เรยอ่ะ  ฉันเรยกลับมานั่งคิดทบทวนด้วยตัวเองอีกครั้ง
สรุปแล้ว  มันคงเรียกว่า "รัก"  ฉันรักเธอเข้าจริงๆ  รักโดยที่เธออาจจะรู้หรือไม่รู้  แต่ฉันรู้เพียงว่า
ไม่ว่าเธอจะคิดยังไงกับฉันก็ตาม...ฉันก้อดีจัยที่ได้รู้จักรัก  และได้รักเธอ
เวลาที่ฉันนึกถึงเธอขึ้นมา  ฉันจะมีความสุข  แล้วอดที่จะยิ้มไม่ได้  รู้สึกว่าเหมือนมีเธอยู๋ข้างๆฉันตลอดเวลา
เวลาที่มีคนถามฉัน  ถึงเรื่องราวของเธอ  หรือมีคนมาเล่าอะไรถึงเธอ
ฉันจะรู้สึกว่าเรื่องนั้น  มันเป็นเรื่องสำคัญของฉันมาก
เวลาที่เธอประสบความสำเร็จหรือมีครายแอบชมเธอ  ฉันรู้สึกเหมือนคนที่ถูกชมนั้นคือฉันเอง
เธอทำให้ฉัน...รู้สึกดี  รู้สึกว่าฉันยังมีใครสักคนที่ฉันห่วงใยเค้า  นั้นคือเธอ
เวลาที่ฉันเหงา  คนที่ฉันคิดถึงเสมอก้อคือเธอ
"เธอ"  คนที่ฉันรัก  ถึงแม้เธอจะไม่รู้  หรือเห็นว่ารักของฉันมันเป็นเพียงเรื่องตลก
ฉันไม่โกรธเธอเรย  เพราะฉันเข้าใจ  ว่าคนอย่างฉัน  คงม่ายมีค่าพอ
...สำหรับเธอ...
ฉันหวังแค่เพียง  เธอจะมีความสุขเวลาที่ยู๋กับฉัน  สิ่งที่ฉันหวังไม่รู้มันจะเป็นได้บ้างมั๊ย
ขอเพียงแค่เป็น  เพื่อน  พี่  น้อง  สำหรับเธอ
ฉัน...ก้อ  ดีจัยแล้ว
 
 
 
 
เฮ้ออ!!!  ความสุขที่ได้รัก  คงเป็นยังงี้มั้ง 
แต่ความทุกข์น่ะสิ  มันช่างเยอะมากมายเหลือเกิน
ที่ว่าขอเพียงแค่...ฉันก้อพูดได้แต่ปากเท่านั้นเอง  จริงๆ  ฉันก้อรู้สึกนะ
ว่าทำให้ไปตั้งขนาดนี้แล้ว  เธอไม่เคยเห็นค่ามันเรยเหรอ  ก้อแอบกลับมาเสียใจ
ร้องไห้...เหมือนเดิม
ทำไม  ฉันถึงรักคนที่ไม่รักฉัน  แล้วคนที่รักฉัน  ฉันก้อม่ายรักเค้า
ความรัก...ทำไมช่างวุ่นวาย  วกวนอย่างงี้น๊า...
หรืออีกอย่าง  ตอนที่เธอมารักฉัน  เวลานั้นฉันกลับไม่รักเธอเลย
แต่...มาเวลานี้  ฉันกลับรักเธอ  และรักเธอมากขึ้นทุกวันน่ะ
 
 
 
 
ตอนนี้...อยากจะพูดคำว่ารักออกไป  แต่ก้อม่ายแน่ใจ  ว่ามันใช่รึป่าว  กลัวพูดไป
แล้วเกิดไม่ใช่  มันจะเสียจายไปทั้งสอง...ฉันคิดว่า  "ฉันคงรักเธอจริงๆ"
เพราะขนาดคุยโทรศัพท์กับเพื่อน  ยังพูดถึงเรื่องของเธอตลอดเวลา
จนเพื่อนถามว่า...เธอคุยกะคัยกานแน่!!!
ม่ายหรอก  ฉันจะไม่มีวันที่จะบอกรักเธอเด็ดขาด  เพราะฉันกลัว
อะไร...มันจะเปลี่ยนแปลงไป  ถ้าฉันกล้าพอ  ฉันคงจะถามเธอว่า  เธอคิดยังไงกะฉัน
แต่พอดี  ฉันเป็นคนขี้ขลาด  ฉันเรยไม่ถาม  ปล่อยให้อะรัยๆ มันผ่านไปและผ่านไป
เหลือไว้  แค่ความรู้สึกดีดี  ระหว่างเธอกับฉัน
 
จะว่าทุกข์  ก้อคงทุกข์  ทุกข์เพราะต้องคอยเก็บความรู้สึกของตัวเอง
คอยปิดบังความจริง  แอบเส้าเวลาที่เธอพูดถึงใครหรือคุยกะคราย  โดยไม่สามารถจะพูดอารัยออกไปได้เรย
มันอึดอัดนะ...แต่  มันก้อต้องเป็นยังงี้ยู๋วันยังค่ำ
เพราะ  ฉันไม่มีวันบอกเธอ  และเธอม่ายมีวันรักฉัน
 
ขอรักเงียบๆ...รักเธออย่างนี้  ต ล อ ด ไ ป
 
                                                   
 
มี...สุขเพราะมี...รัก
มี...ทุกข์เพราะมี...รัก
 
                                                   
 
  
 
เพราะรัก. . . ถึงมี  ทั้งสองเรา
2006/9/12

ผ่าน...วิกฤต

ขอบคุน...ขอบคุน  จริงๆ  สวรรค์ที่ช่วยให้ฉันมีชีวิตรอดได้  เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง 
ฉันเกิดปวดหัว  และร้อนๆ หนาวๆ  ตั้งแต่คืนก่อนโน้นแล้ว  แต่ก้อม่ายคิดว่าจะเป็นอารัยมาก
พอเมื่อวานนี้ฉันออกมาเรียนภาษาไทย  ตอนนั่งรอเพื่อนอยู่  เกิดอยากกินส้มตำ  เพราะปวดหัว
มาก...ดันไปสั่งส้มตำเผ็ดๆ  เอาแบบร้องไห้เรยยย...(ได้ร้องไห้สมใจ)  พอกินส้มตำได้ประมาณ
สองสามคำ  น้ำตาก้อไหลและปวดหัวมากกๆๆ  อ้วกออกมากสองครั้ง  เพื่อนคิดว่าแพ้ท้อง
จะบ้าเหรอ  ใครจะท้องย่ะ!!!  ร้องไห้...มือสั้นแบบหน้ากลัว  ตัวเย็นเฉียบ
เพื่อนๆ  มารุม...ซักพัก  ฉันก็สลบไปกับโต๊ะ  หลังจากนั้นพอตื่น...ก้อมาถึงโรงพยาบาลตำรวจแล้ว
เฮ้ออ....เกือบตายมั๊ยเรา  (ยู๋ดีดีก้อเป็น)  ถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ
เดี๋ยวจะไม่สบายเหมือนเค้า...เพราะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
รักน่ะเนี่ย  ตั้งใจอ่านหนังสือนะ  สู้ๆ (ยังไม่อ่านเรย!!!)
 
......................................................
 
ดูดิ...สุขภาพกายแย่  ตอนนี้  สุขภาพใจก้อยังจะแย่ตามไปด้วย
ก้อแหม...ฉันดันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย  ตกหลุมเดิมอีกจนได้  (เพื่อนที่สนิทๆ คงเข้าใจนะ)
รีบๆ โทรมาดูจัย  โอ๋กันหน่อย  ตอนนี้จะแย่แล้ว
เพราะดันเป็นผู้หญิง  จะไปบอกอะไรกับใคร  ก้อต้องคิดให้รอบคอบ
ไม่งั้นก็จะซวย...เฮ้ออ!!!  มันเรยกินแห้วเป็นประจำ
แถมไร้รักแบบนี้แหละ  โอ๊ยย!!!  นอนก็นอนไม่หลับ
กลัวเค้าจะรู้  กินนะกินได้ (เพราะหิว)  จะเรียน  จะนอน  จะนั่ง
ก้อคิดไปหมด  ว่าจะทำยังไง...เว่อร์ไปป่ะเพื่อน
ช่างเหอะๆ  พูดไปเรื่อยแหละฉัน  ทำยังไง  ถึงจะสามารถพูดความในใจได้
ทำยังไงเค้าถึงจะรู้  และจะเป็นเหมือนเดิม  (เป็นผู้หญิงนี้ยากจัง)
หรือว่า...ฉันต้องเก็บรักนี้ซ้อนไว้ตลอดไป
 
"รัก"  มานานแล้วว  แต่ไม่เคยได้พูดไป
 
 
*สักวันหนึ่ง*
ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ที่ฉันต้องทนกับทุกสิ่ง
ปิดบังความจริงในใจทุกๆ อย่าง

ทุกครั้งที่เราพบกัน ทุกครั้งที่เธอหันมา
ที่ฉันเฉยๆ รู้มั้ยฉันฝืนแค่ไหน

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่
แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้
ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู
หวังเพียงแค่เธอรู้ สักวันหนึ่ง...

ทั้งทีฉันก็รัก ทั้งที่ฉันก็รู้สึก
แต่ส่วนลึกข้างในยังไม่กล้า

ทุกครั้งที่เราพบกัน ทุกครั้งที่เธอหันมา
ที่ฉันเฉยๆ รู้มั้ยฉันฝืนแค่ไหน

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่
แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้
ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู
หวังเพียงแค่เธอรู้ สักวันหนึ่ง...

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่
แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้
ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู
และหวังเพียงเธอจะรู้ ว่าคนคนนี้รักเธออยู่
ยังไงขอให้เธอรู้ สักวันหนึ่ง...
2006/9/8

พรุ่งนี้...อาจสายเกินไป

 
ถ้าคุณโกรธใครขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์

จงทำด้วยตัวเอง

บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่
และ ถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป

บางทีคนๆ

นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน
และถ้าคุณไม่บอกเค้า


บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย

ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน

ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้
และถ้าคุณไม่ได้ทำ
บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว
จงบอกเค้าวันนี้

บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน

ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง
บอกเค้าสิ

บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก
และถ้าคุณไม่ทำวันนี้

บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย
เพราะเค้าเองก็อาจจกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน
ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ

ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้

หากท่านจากไปวันนี้

พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว